โควิด19 จีนจะทดสอบตัวอย่างเลือดในนครอู่ฮั่น สืบต้นตอโรคระบาด

covid19

โควิด19 จีนจะทดสอบตัวอย่างเลือดในนครอู่ฮั่น สืบต้นตอโรคระบาด

โควิด19 วันที่ 13 ต.ค. ซีเอ็นเอ็น รายงานว่า ทางการจีนกำลังเตรียมทดสอบตัวอย่างเลือดนับหมื่นตัวอย่างจากนครอู่ฮั่น เป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวนต้นตอของโควิด-19 ท่ามกลางเสียงเรียกร้องให้ทางการจีนเพิ่มความโปร่งใสเกี่ยวกับการอุบัติของเชื้อไวรัสชนิดนี้

หลังคณะผู้สอบสวนขององค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุเมื่อเดือนก.พ.ปีนี้ว่า ตัวอย่างเลือดที่เก็บรักษามากถึง 200,000 ตัวอย่าง รวมถึงของช่วงปลายปี 2562 ที่มีรายงานผู้ติดเชื้อเป็นคนแรกในโลกนั้น อาจเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญที่อาจช่วยระบุว่า เชื้อไวรัสติดต่อสู่มนุษย์ครั้งแรกเมื่อไรและที่ไหนกันแน่

ตัวอย่างเลือดดังกล่าวเก็บรักษาในศูนย์เลือดอู่ฮั่น และคาดว่าจะมีย้อนไปถึงปี 2562 โดยให้ตัวอย่างเนื้อเยื่อจากเวลาจริง หรือเรียลไทม์ จากกลุ่มประชากรจำนวนมากในนครอู่ฮั่น ซึ่งเป็นเมืองที่คาดว่ามีมนุษย์ติดโควิด-19 เป็นคนแรก

เจ้าหน้าที่จีนระบุว่า ตัวอย่างเลือดจะถูกเก็บเป็นเวลา 2 ปี ในกรณีจำเป็นต้องใช้เป็นหลักฐานในการฟ้องร้องใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบริจาคเลือด โดยระยะเวลาเก็บเลือด 2 ปีจะสิ้นสุดในไม่ช้านี้ สำหรับตัวอย่างเลือดสำคัญของเดือนต.ค.และพ.ย. 2562 ซึ่งซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่คาดว่า เชื้อไวรัสอาจติดต่อมนุษย์ก่อน

เจ้าหน้าที่คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติของจีนคนหนึ่งบอกซีเอ็นเอ็นว่า การเตรียมการทดสอบตัวอย่างเลือดอยู่ระหว่างการดำเนินการ และยืนยันว่าการทดสอบจะเกิดขึ้นเมื่อถึงระยะเวลาเก็บเลือด 2 ปีแล้ว

ด้านนายหยานจ้ง หวง นักวิชาการอาวุโสด้านสาธารณสุขโลกโควิด – 19

ที่สภาว่าด้วยความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (Council on Foreign Relations) สถาบันคลังสมองอิสระในสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า “สิ่งนี้จะแสดงข้อมูลใกล้เคียงที่สุดในโลกเท่าที่เราเคยเห็นตัวอย่างเลือดจากเวลาจริงเพื่อช่วยให้เราเข้าใจจังหวะเวลาของเหตุการณ์การระบาด”

ขณะที่มอรีน มิลเลอร์ รองศาสตราจารย์ระบาดวิทยาที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย กล่าวว่า สิ่งเหล่านี้จะมีเบาะแสสำคัญอย่างแน่นอน และเรียกร้องให้ทางการจีนอนุญาติคณะผู้เชี่ยวชาญชาวต่างชาติสังเกตการณ์กระบวนการดังกล่าวด้วย “ไม่มีใครจะเชื่อว่าผลการทดสอบใด ๆ ที่จีนรายงาน นอกจากมีผู้สังเกตการณ์ที่มีคุณวุฒิเป็นอย่างน้อยที่สุด”

ก่อนหน้านี้ นายเหลียง ว่านเหนียน หัวหน้าคณะชาวจีนที่ทำงานสอบสวนต้นตอโควิด-19 เคยกล่าวตอนแรกเมื่อเดือนก.ค.ว่า จีนจะทดสอบตัวอย่างเลือด โดยเสริมว่าเมื่อผู้เชี่ยวชาญชาวจีนมีผลออกมา จะส่งไปถึงทั้งคณะผู้เชี่ยวชาญชาวจีนและชาวต่างชาติ

นายเหลียงกล่าวว่า ตัวอย่างเลือดเอามาจากหลอดเปิดของถุงบริจาคเลือด จากนั้นปิดผนึกและเก็บรักษา และคณะผู้เชี่ยวชาวจีนดำเนินการประเมินและประเมินหลายวิธีเกี่ยวกับวิธีการทดสอบและแผนปฏิบัติการ ซึ่งจะดำเนินการหลังหมดอายุระยะเวลาเก็บเลือด 2 ปี

ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า หากเก็บอย่างถูกต้อง ตัวอย่างเลือดอาจมีร่องรอยสำคัญของแอนติบอดีตัวแรกที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อต่อต้านโควิด-19

นายเหลียงยังกล่าวตอนนั้นว่า ขณะมีรายงานผู้ติดเชื้อคนแรกในนครอู่ฮั่น วันที่ 8 ธ.ค. 2562 “การวิจัยของเราและการวิจัยที่เกี่ยวข้องก่อนหน้านี้ของนักวิทยาศาสตร์จีนชี้อย่างเต็มที่ว่า วันที่ 8 ธ.ค. อาจไม่ใช่ผู้ติดเชื้อหลัก อาจมีผู้ติดเชื้ออื่นที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้”

ดร.วิลเลียม ชัฟเนอร์ จากกองโรคติดเชื้อ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยแวนเดอร์บิลต์ กล่าวว่า ตัวอย่างเลือดนำเสนอโอกาสน่าทึ่ง “คุณจะอยากกลับไปค้นหาว่าในช่วงเดือนใดที่เชื้อไวรัสเริ่มทิ้งร่องรอยในประชากรมนุษย์ในจีน”

ด้านมิลเลอร์เสริมว่า ตัวอย่างเลือดอาจแม้แต่ชี้ว่า ใครติดเชื้อเป็นคนแรก ติดที่ไหน อายุและอาชีพของผู้ติดเชื้อ แม้ว่าแนวปฏิบัติทั่วไปจะอำพรางข้อมูลส่วนตัวอยู่แล้ว แต่สามารถตัดออกเพื่อเหลือเฉพาะข้อมูลประชากรพื้นฐาน อายุ เพศ ละแวกใกล้เคียงที่อาศัยอยู่ และข้อมูลทั้งหมดจะพร้อมใช้

ดร.ชัฟเนอร์ชี้ว่า ตัวอย่างเลือดอาจนำไปที่เจนีวาของสวิตเซอร์แลนด์ หรือจุดหมายปลายทางอื่นที่มีความเป็นกลาง เพื่ออนุญาตให้คณะผู้เชี่ยวชาญของ WHO มีส่วนร่วมในการทดสอบด้วย

ดร.ชัฟเนอร์ยังกล่าวถึงปัญหาที่เป็นไปได้ 2 ประการเกี่ยวกับตัวอย่างเลือด นั่นคืออาจเป็น ความสมบูรณ์ของตัวอย่างเลือด ซึ่งต้องแน่ใจว่าไม่ได้ถูกสร้างขึ้นไม่นาน แต่ยังเป็นตัวแทนของประชากรรวมของผู้บริจาคด้วย

ด้านมิลเลอร์กล่าวว่า ตัวอย่างเลือดจำนวนมากน่าจะมาจากบุคคลที่มีสุขภาพดี จึงจะเป็นตัวแทนของผู้ติดเชื้อที่ไม่แสดงอาการ และอย่างที่เราเรียนรู้ตลอดช่วงการระบาดใหญ่ ผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการเป็นต้นเหตุของการระบาดใหญ่

ขณะที่นายหวงกล่าวว่า ยังไม่มีความชัดเจนว่าโลกภายนอกจะเชื่อถือการค้นพบนี้มากน้อยเพียงใด และการทดสอบตัวอย่างเลือดเป็นโอกาสสำหรับจีนที่จะบอกโลกว่า จีนจริงจังกับการสอบสวนต้นตอของโควิด-19 อย่างเอาจริงเอาจัง

ก่อนหน้า : COVID-19 : พูดคุยกับชาวอเมริกันที่เต็มใจตกงานปฏิเสธที่จะฉีดวัคซีน